เงื่อนไขอีกข้อที่ต้องขีดเส้นใต้หนาๆ

เงื่อนไขอีกข้อที่ต้องขีดเส้นใต้หนาๆ

ใบตองแห้ง : อำนาจตื๊อดื้อยาว

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/news_5458676

3 ธ.ค. 2563 - 23:34 น.
 
 
 
คอลัมน์ ใบตองแห้ง

อำนาจตื๊อดื้อยาว - ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ประยุทธ์อยู่บ้านพักรับรองกองทัพบกไม่ขัดรัฐธรรมนูญ ไม่ยักมีใครแปลกใจ ชิลไปแล้วกับกฎหมาย ซึ่งอยู่เหนือหลักปกติ มีแต่แท็กซี่ไม่เข้าใจ คืน 2 ธ.ค.ขึ้นแท็กซี่ไปลาดพร้าว ็ระเบียบใหญ่กว่ารัฐธรรมนูญิ อุตส่าห์ช่วยอธิบาย รัฐมีหน้าที่ดูแลความปลอดภัย จัดหาบ้านหลังใหญ่ให้ประยุทธ์กับครอบครัวอยู่ดีมีสุข จะได้เสียสละเพื่อชาติ แล้วพอดี๊พอดี กองทัพบกมีระเบียบให้ ผบ.ทบ.เกษียณอยู่ต่อได้ พร้อมน้ำไฟฟรี Facility ครบครัน จึงไม่ถือเป็นสิทธิพิเศษ แม้นายกฯ พลเรือนอยู่ไม่ได้ ก็เป็นสิทธิปกติที่ให้กับอดีต ผบ.ทบ.ทุกคน แม้มาเป็นนายกฯ ซึ่งต้องอยู่ใต้รัฐธรรมนูญ ระเบียบก็ยังตามมาคุ้มครอง

ดังนั้น หากต่อไป กระทรวงศึกษาฯ จะออกระเบียบให้ ผอ.เกษียณยังอยู่บ้านหลวงได้ แล้ว ผอ.ไปเป็น ส.ส. ส.ว. ก็ไม่ขัดมาตรา 184 แต่อย่างใด

แต่แท็กซี่ก็ยังไม่เข้าใจ เถียงคอเป็นเอ็น ปัดโธ่ อยากให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญลองนั่งแท็กซี่บ้าง

เป็นอันว่าที่บางคนมโน ถ้าศาลตัดสินประยุทธ์ตกเก้าอี้ แล้วจะเกิด Compromise โดยอัตโนมัติ ก็จบไป เพราะข้อเรียกร้อง 3 ข้อของม็อบที่นำโดยคนรุ่นใหม่ ไม่มี Compromise แม้แต่น้อย ประยุทธ์ยังคงอยู่คฤหาสน์ในกองทัพ พร้อมอำนาจ 250 ส.ว. ร่างรัฐธรรมนูญ iLaw ไม่มีความหมาย การแก้ไขรัฐธรรมนูญกลายเป็นปาห่สืบทอดอำนาจเฟส 3 พรรคร่วมรัฐบาลรวมหัวกันเหนียวแน่น

ไม่ต้องพูดถึงข้อเสนอปฏิรูปสถาบัน ซึ่งย้อนกลับมาเป็น 112 เอาผิดแกนนำ ที่คงจะโดนคนละ 40 คดี นับโทษสูงสุด 600 ปี เพียงแต่ฝ่ายรัฐสรุปบทเรียน ไม่รีบจับกุมคุมขัง ทยอยออกหมายเรียกเป็นชนักปักหลัง เพราะรู้ดีว่าถ้าแกนนำถูกจับ ก็จะเป็นเงื่อนไขให้ม็อบลุกฮือ ็ปล่อยเพื่อนเราิ

อำนาจรัฐจึงหวังให้ม็อบล้า แบบมีคนมามากเท่าไหร่ แหลมคมท้าทายเพียงไร ก็เหมือนชนตึก อำนาจที่เป็นปึกแผ่นแน่นเหนียวไม่แยแสสนใจ คุมปืนคุมกฎหมายคุมเสียงข้างมากในสภาได้ ก็ไม่ต้องแยแสความชอบธรรม

อำนาจอนุรักษนิยมถูกเขย่าไปถึงโครงสร้าง จากคนชั้นกลางในเมืองรุ่นใหม่ Gen Y Gen Z ผนึกคนเสื้อแดงที่ยังสู้ด้วยใจ แต่เชื่อว่ายังมั่งคงได้เพราะคุมกลไกอำนาจทุกอย่าง ตั้งแต่ทหารตำรวจกระบวนการยุติธรรมไปถึงครูอาจารย์หวดนักเรียนเลว ทั้งยังมีพลังมินเนียนสูงวัยผนึก IO

ขณะที่สังคมไทยก็ยังเป็นสังคมอุปถัมภ์ ภาคธุรกิจอยู่ได้ด้วยการหวังพึ่งพิงอำนาจรัฐเอื้อประโยชน์ ภาคการเมืองระบบเลือกตั้งก็ย้อนยุคถอยหลังไปสู่ระบบหัวคะแนน กลไกรัฐเป็นใหญ่บีบบังคับให้คนชนบทต้องพึ่งโครงการงบประมาณของรัฐ นักการเมืองทุนอิทธิพลท้องถิ่นที่อิงอำนาจอนุรักษนิยมจึงได้เปรียบเต็มประตู

ไม่อย่างนั้น ทักษิณคงไม่ต้องออดอ้อนคนเชียงใหม่ให้เลือกผู้สมัครนายก อบจ.พรรคเพื่อไทย ซึ่งมองด้านกลับ แปลว่าเพื่อไทยกำลังกระอัก จากเครือข่ายพลังประชารัฐที่ล้วงเจาะตลบหลัง

การเมืองเป็นเรื่องปากท้อง ใช่ละ อำนาจรัฐหวังว่าคนไทยส่วนใหญ่จะยังอยู่ใต้ระบบอุปถัมภ์ หวังพึ่งบัตรคนจน คนละครึ่ง เลือกนักการเมืองที่มีทุนมีอิทธิพลอุปถัมภ์ แทงหวยไอ้ไข่ ดูละครหลังข่าว เผือกดาราในโลกออนไลน์ไปวันๆ โดยยังหวังว่ากลางปีหน้าหลังมีวัคซีนโควิด เศรษฐกิจจะกลับมาฟื้นความนิยมรัฐบาล แค่ประยุทธ์ไม่ตกเก้าอี้ หุ้นก็ขึ้นเพราะเชื่อว่าการเมืองนิ่ง เก็งกำไรดีกว่า ชีวิตคนขึ้นกับการหาผลประโยชน์ อย่าสนใจเรื่องความชอบธรรม ความเป็นธรรม ความยุติธรรม ยิ่งถ้าต่อสู้แล้วตัวเองเดือดร้อนก็มุดหัวทำมาหากินดีกว่า

อันนั้นคือเล็งผลเลิศ อยู่ยาวพร้อม 250 ส.ว.ถึงเลือกตั้งครั้งหน้า แต่อย่าลืมว่าปรากฏการณ์ม็อบคนรุ่นใหม่เพิ่งเกิดไม่ถึง 5 เดือน ก่อนนั้นมีใครคาดคิดบ้าง ไม่มีแม้กระทั่งฝ่ายประชาธิปไตยก็ไม่เคยคิดฝัน

การที่ประยุทธ์ได้ไปต่อ ไม่ใช่เรื่องผิดคาด เพียงเป็นสัญลักษณ์สิ้นสุดการต่อสู้รอบที่หนึ่ง ซึ่งไม่ตอบสนองข้อเรียกร้องคนรุ่นใหม่เลย บางคนอาจไชโยโห่ร้องว่าม็อบแพ้ แต่คิดได้อย่างไรว่าจะชนะ ในการต่อสู้กับอำนาจมหึมาที่เหนือกว่าสุดกู่
การสามารถก้าวขึ้นมาประจันหน้าท้าทาย กับฝ่ายรัฐที่ระดมกลไกทุกอย่าง โดยไม่เพลี่ยงพล้ำทางการเมือง สร้างฐานมวลชนกว้างขวาง ปฏิวัติทางความคิด ชูสามนิ้ว ็นักเรียนเลวิ จี้จุดตื่นตระหนก ตื่นตูม กระทั่งตั้งกำแพงคอนเทนเนอร์ แม้แลกกับแกนนำโดนคดีร้ายแรงหลายสิบคดี ก็ถือว่าม็อบคนรุ่นใหม่ปักธงได้ในเฟสแรก

แม้ยังไม่ใช่จะชนะในเฟสสองหรือในท้ายที่สุด แต่บทเรียนในช่วงที่ผ่านมาคือรัฐอนุรักษนิยมที่เล็งผลเลิศมักสะดุดขาตัวเอง

 

*****

********************

********************************

 

บ้านพักทหาร…ไม่ขัดรธน. แต่ขัดความรู้สึกสังคม

https://bangkok-today.com/web/%e0%b8%9a%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b8%99%e0%b8...

บ้านพักทหาร…ไม่ขัดรธน. แต่ขัดความรู้สึกสังคม
 

ยิ่งกว่าหวยล็อค  เมื่อศาลรัฐธรรมนูญมีมติเอกฉันท์ 9 ต่อ 0 เสียง เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม 2563 ว่าการที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี อยู่อาศัยในบ้านพักทหารซึ่งถือว่าเป็น “ของหลวง”  พร้อมใช้น้ำประปาไฟฟ้าฟรี  ทั้งๆที่เกษียณอายุราชการมาหลายปีแล้วนั้น  ไม่ขัดต่อรัฐธรรมนูญ

ศาลรัฐธรรมนูญยกเหตุผลว่า   กองทัพบกมีการออกระเบียบว่าด้วยเข้าพักอาศัยในบ้านพักรับรองกองทัพบก พ.ศ. 2548 ซึ่งกำหนดให้อดีตผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของกองทัพบกซึ่งทำคุณประโยชน์ให้กับกองทัพบกและประเทศชาติและเคยดำรงตำแหน่งผู้บัญชาการทหารบกมาแล้ว มีสิทธิเข้าพักอาศัยในบ้านพักรับรองกองทัพบก  และกองทัพบกสามารถพิจารณาความหมาะสมในการสนับสนุนงบประมาณค่ากระแสไฟฟและน้ำประปา ตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่น ๆที่จำเป็นต่อการพักอาศัยตามความจำเป็นและเหมาะสมในการใช้งาน

สรุปคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญคือ “พล.อ.ประยุทธ์ มีคุณสมบัติตามระเบียบของกองทัพบก  จึงเป็นสิทธิของบุคคลที่ไม่ฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมารฐานจริยธรรมอย่างร้ายแรงแต่อย่างใด

คำพูดของพล.อ.อภิรัชต์ คงสมพงษ์ สมัยเป็นผู้บัญชาการทหารบก ที่เคยบอกว่า “ทหารที่เกษียณอายุราชการและยังพักอาศัยอยู่ในพื้นที่ทหาร  ต้องย้ายออกภายในเดือนกุมภาพันธ์ 2563”  จึงเป็นแค่คำถ่มถุย  ขับไล่ทหารแก่ชั้นประทวน  หรือนายทหารที่ไร้อำนาจบารมีออกจากรั้วสีเขียว  แต่ยกเว้นให้อดีตผู้บังคับบัญชาชั้นสูงของกองทัพ โดยเฉพาะ “อดีตผู้บัญชาการทหารบก”ได้อยู่อาศัยต่อไปฟรีๆพร้อมน้ำประปา ไฟฟ้า น่าจะรวมอาหาร 3 มื้อ  ทหารรับใช้  หรืออาจจะมีรถทหารพร้อมคนขับรับส่งเบ็ดเสร็จ

ที่นักการเมืองฝ่ายค้านเคยฟันธงไว้ก่อนหน้าว่า “พล.อ.ประยุทธ์ ทำผิดขัดรัฐธรรมนูญแน่ๆ  หลุดจากเก้าอี้แน่ๆ”นั้น  ก็แค่การพูดดักคอ  เพราะรู้อยู่ว่าเอาไปเทียบกับกรณีนายสมัคร สุนทรเวช ถูกศาลรัฐธรรมนูญตัดสิน 9 ต่อ 0 เสียง ให้พ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรีในเดือนกันยายน 2551 ด้วยเรื่องจัดรายการทีวีนั้น  มันชัดเจนว่าเป็นเรื่องคนละเรื่องเดียวกัน

พล.อ.ประยุทธ์ได้ใช้บ้านพักทหารต่อไปโดยไม่ขัดรัฐธรรมนูญ   แต่น่าจะขัดกับความรู้สึกของสังคมส่วนใหญ่  เพราะสังคมเห็นแล้วว่า  ทหารแก่ชั้นผู้น้อยหรือนายพลเกษียณที่ไม่มีฐานะถูกไล่พ้นบ้านพักทหาร  แต่อดีตผบ.ทบ.ที่ล้วนมีฐานะได้อภิสิทธิ์พักอาศัยบ้านทหารไปตลอดชีวิต

อดีตผบ.ทบ.อย่างพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา  ที่เคยเป็นหัวหน้าคณะรัฐประหาร  วันนี้นั่งเก้าอี้นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม รับเงินหลวงเดือนละ 125,590 บาท หรือปีละ 1.5 ล้านบาท  ในแต่ละวันแทบไม่ต้องควักเงินใช้สักบาท  รถประจำตำแหน่ง คนขับ รปภ. อาหาร 3 มื้อไม่ต้องจ่าย

พล.อ.ประยุทธ์เคยแจ้งบัญชีทรัพย์สินรวมภรรยามีมากกว่า 128 ล้านบาท  เคยขายที่ดินที่เป็นมรดกของบิดาได้เงินมา 540 ล้านบาท

แค่ดอกเบี้ยและเงินปันผลจากการลงทุนก็เหลือกินเหลือใช้ไปตลอดชีวิตแล้ว  แต่ท่านก็ยังพอใจใช้บ้านพักทหารด้วยเหตุผลว่าสะดวกต่อการรักษาความปลอดภัย

ท่านอาจจะปลอดภัย  แต่จะเป็นสุขหรือไม่เพราะนอกค่ายทหารยังมีการชุมนุมขับไล่อยู่แทบทุกวัน

อีกประเด็นที่น่าสนใจคือ  คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในเรื่องนี้ถือเป็น “บรรทัดฐานใหม่” ที่เปิดช่องให้ข้าราชการการเมืองสามารถรับผลประโยชน์จากหน่วยงานราชการอื่นๆได้หากมีการออกระเบียบรองรับไว้

เช่น ทุกวันนี้ประเทศไทยมีบ้านพักหลวงอยู่ทั่วประเทศ  อาทิ บ้านพักครู บ้านพักแพทย์ บ้านพักข้าราชการกรมการปกครอง  บ้านพักป่าไม้  บ้านพักอัยการ  บ้านพักตุลาการเช่นที่เชิงดอยสุเทพ  บ้านพักรับรองการไฟฟ้าฝ่ายผลิตที่สร้างตามเขื่อนต่างๆ

ส่วนราชการอื่นๆทั่วประเทศอาจจะเลียนแบบระเบียบกองทัพบกออกระเบียบของตนขึ้นมาบ้าง  เพื่อให้อดีตปลัดกระทรวง  อดีตอธิบดี  อดีตผู้อำนวยการโรงพยาบาล อดีตผู้ว่าการรถไฟฯ  อดีตผู้ว่าการไฟฟ้าฯ ฯลฯ ที่ทำประโยชน์ให้องค์กรและประเทศชาติ ได้พักอาศัยหลังเกษียณพร้อมน้ำไฟฟรี

วันหนึ่งข้างหน้าถ้าบุคคลเหลานี้จะโดดไปเล่นการเมืองได้เป็นใหญ่เป็นโตถึงขั้นเป็นรัฐมนตรีหรือนายกรัฐมนตรีแล้วยังใช้บ้านหลวงฟรี ก็จะไม่ถือเป็นการขัดรัฐธรรมนูญเพราะมีกรณีตัวอย่างของพล.อ.ประยุทธ์แล้ว

ไหนๆถ้าจะคิดไปไกลขั้นนี้ก็เสนอให้เพิ่มเงื่อนไขว่า  ผู้จะใช้บ้านพักหลวงหลังเกษียณ  ต้องเป็นบุคคลที่ไม่มีประวัติด่างพร้อยโดยเฉพาะเรื่องการฉ้อราษฎร์บังหลวง  ทุจริตคอรัปชั่น  ทั้งตนเองและคู่สมรสต้องไม่มีอสังหาริมทรัพย์หรือทรัพย์สินรวมมูลค่าที่ร่ำรวยผิดปกติ

เงื่อนไขอีกข้อที่ต้องขีดเส้นใต้หนาๆคือ  ต้องไม่มีส่วนร่วมทั้งทางตรงหรือทางอ้อมในการทำรัฐประหาร  หรือร่วมร่างรัฐธรรมนูญเพื่อเอื้อประโยชน์ต่อการสืบทอดอำนาจของเผด็จการ

*****

***********

**********************

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2

2 ความเห็น

 
ICT

ท้าเขางก ๆ ..ไปสู้บน “ศาลโลก” ดีกว่าไหม

https://bangkok-today.com/web/%e0%b8%97%e0%b9%89%e0%b8%b2%e0%b9%80%e0%b8...

ท้าเขางก ๆ ..ไปสู้บน “ศาลโลก” ดีกว่าไหม
 

“มัดเสือต้องมัดให้แน่น”

เหตุผล ที่ “กองทัพ” ดูแล “นายกฯประยุทธ์ จันทร์โอชา” เพื่อเกื้อกูล ต่อสิ่งที่อ้างขึ้นมา ว่าประกอบคุณงามความดี จึงเข้าเงื่อนไข เพื่อให้สอบใหม่-เพราะหลักฐานแน่นแฟ้น

“เรืองไกร ลีกิจวัฒนะ” มือปราบ ผู้กำราบตามจับ การใช้เงินแผ่นดินนอกระบบ ..อยู่บ้านพักค่ายทหาร “ร.๑ รอ.” เพราะมีระเบียบกองทัพค้ำศีรษะ แต่การใช้ “น้ำฟรี-ไฟฟรี” เสมือนรับเงินเกิน “๓ พันบาท” เข้าข่ายไม่ชอบธรรมเต็มประตู

 

รวยระดับขายสมบัติที่ดิน ของ “คุณพ่อ” ได้เงินมากว่า “๖๐๐ ล้านบาท”..ต้องให้ประชาชนผู้ยากไร้ ที่อดอยาก เพราะฝีมือการบริหารงาน ของ “รัฐบาลประยุทธ์” ที่ล้มเหลวมากว่า ๖-๗ ปี ต้องมาจ่าย ดูจะเกินไป

ยามนี้มีคนถามกระดาษเช็ดตูด..ต้องจ่ายให้ “พล.อ.ประยุทธ์” ด้วยหรือไม่??

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

เหมือนอยู่ในป้อมค่าย-ปราการเหล็ก

 

ได้ “อภิสิทธิ์” แบบโคตรๆ  ..สมควรที่จะตอบแทนการออกมาต่อสู้ ของ “วีรชน-ประชาธิปไตย” เพื่อเป็นบรรณาการ-แก่เด็กๆ

เพราะ “นายกฯประยุทธ์” พรรณนา กล่าวเป็นเรื่องเป็นราวอย่างละเอียดจนเห็นภาพ ว่าตนเองเป็นนายกรัฐมนตรี จึงมีศัตรูหมายปอง จึงต้องมาพักอยู่ในค่ายทหาร ด้วยภาษีของประชาชน ต้องมาจ่ายเงินทุกชอท ให้กับท่าน

ขณะนี้, มีคนจ้องกำจัด เพื่อขจัด “เพนกวิน”  พริษฐ์ ชิวารักษ์ พร้อมแถวหน้า ที่ลุกมาสร้างความเป็นธรรมให้กับแผ่นดิน..เขาเสียสละกันปานนี้ ควรใช้บ้านพักในค่ายทหาร ให้เขาอยู่อาศัย เพื่อป้องกันการตามเก็บ-พวกเขา

เด็ก ๆ พวกนี้สร้างแต่ความดี..ควรมีสิทธิ์เหมือนนายกรัฐมนตรี ใช้ค่ายทหารเป็น “เซฟเฮ้าส์”

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

เหนือฟ้ายังมีฟ้า

“รัฐธรรมนูญ” ที่ว่าเป็นกฎหมายสูงสุดแห่งแผ่นดิน ดูเล็กกระจ้อย เทียบไม่ติดกับ“ระเบียบกองทัพ” ที่เขาได้ยกกันมา

ทุกองค์กร ทุกองค์พายับ  ควรมีการเลียนแบบ  แนวความคิด ของ “กองทัพ” ไปใช้มั่ง..เพราะเมื่อ “กองทัพ” ทำได้.. ใครๆ ย่อมมีสิทธิ์ใช้ “ภาษีของชาติ” เหมือนกับกองทัพ

“นายกฯอบต.” หรือว่า “นายกฯอบจ.” ควรใช้ภาษีของชาติกันอย่างเต็มที่ ในการสร้างบ้านพักรับรอง ให้กับ “นายกฯแก่ๆ” ที่หมดวาระไป..เพราะ “กองทัพ” ยังใช้ระบบ ทดแทนไม่รู้จบ กับ “นายกฯประยุทธ์” ได้

เชื่อว่า “นายกฯทุกองค์กร” ดีสุดๆ..ผลงานเหนือกว่า “นายกฯประยุทธ์” เป็นไหน ๆ

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

คนเราเดินตามตำรา มีแต่โง่เท่านั้น

 

ท้าให้ “สมศักดิ์ เจียมธีรสกุล” และ “ปวิน  ชัชวาลพงศ์พันธุ์” ๒ นักวิชาการ ที่ “หลบภับ” ไปอยู่ต่างแดน  ให้กลับมาสู้ ต่อหน้า “ศาลรัฐธรรมนูญ” เอาอะไรมาพูด ให้ขายขี้หน้า-กลางบ้าน

หาก “ไพบูลย์ นิติวันตะ” คิดว่า “คสช.” ใช้อำนาจเรียกตัว ผู้ที่เห็นต่าง ไม่คล้อยตาม ไม่ผิดตาม “รัฐธรรมนูญ” ดังที่ท่านว่า

ควรเอาเรื่องทุกอย่าง ไปหาความจริงบน “ศาลโลก” ทุกอย่างจะเกิดความเป็นธรรมแก่เขา

แน่ใจ “คสช.”ไม่ขัดรัฐธรรมนูญ..กล้าไป “ศาลโลก”ไหมล่ะคุณ  ถ้ากล้า-ก็เอา

๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐๐

ทำตัวเป็น “เทพบุตรผิวบาง

“ประชาชน” ต้องทุกข์ระกำ กับ “พรก.ฉุกเฉิน” ควบคุมเขา จนกระดิกกระเดี้ย อะไรไม่ได้-สักอย่าง

ทหารในฐานะที่ดูแล พื้นที่ชายแดนเชื่อมต่อกับ ดินแดนเมียนม่าร์  แต่มีคนเล็ดลอด มาทางช่องทาง “ธรรมชาติ” ที่เขากล่าวติเตือน  “โควิด-๑๙” กลับมาแพร่อีกคน ควรที่จะรับฟัง

“พล.อ.ณรงค์พันธ์ จิตต์แก้วแท้” ผบ.ทบ. รับฟังเสียง ที่ท้วงติงไม่ได้ ..แต่ทุกครั้ง ที่ “หน่วยความมั่นคง” ออกมาควบคุมประชาชน ฉะนั้นราษฎรจึงต้องเดินตาม

หากเสียงความจริงแสลงใจ..ก็ลาออกไป ไม่มีใคร ห้ามสักคำ

กะพรุนไฟ”

 

 

 

 

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1
 
3 ส

ไอ้เห้เผด็จการจงพินาศ

โกรธแล้ว

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1