เหมือนยิ้มแย้มกวักมือเรียกเด็กเข้ามา แล้วคว้าดุ้นเหล็กฟาดหน้าตาเฉย

เหมือนยิ้มแย้มกวักมือเรียกเด็กเข้ามา แล้วคว้าดุ้นเหล็กฟาดหน้าตาเฉย

ผลประโยชน์ที่ซุกอยู่ใต้พรม

https://www.thairath.co.th/news/local/bangkok/1983172

หมัดเหล็ก26 พ.ย. 2563 05:03 น.

การสัมปทาน โครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ บ้านเรามักจะมี ปัญหาตอนจบ รัฐ จะต้องเป็นฝ่ายเสียเปรียบเอกชนเสมอ ค่าโง่ทางด่วน ค่าโง่สารพัดจะโง่ เกิดจากการทำสัญญาไม่รอบคอบ และแฝงไว้ด้วยผลประโยชน์ นักการเมืองเข้ามาบริหารทีก็เปลี่ยนสัญญากันที เนื่องจาก ไม่มีความโปร่งใส ในการสัมปทานตั้งแต่ต้น

นอกจากเรื่องของ รถไฟฟ้าสายสีส้ม ที่ยังคาราคาซังแล้ว เกิดข้อถกเถียงระหว่าง ยุทธพงศ์ จรัสเสถียร ส.ส.มหาสารคามพรรคเพื่อไทย กับ สามารถ ราชพลสิทธิ์ อดีตรองผู้ว่าฯ กทม. ที่ออกมาเปรียบเทียบราคาค่าโดยสารรถไฟฟ้า บีทีเอส กับรถไฟฟ้า เอ็มอาร์ที ความเห็นของ ยุทธพงศ์ อ้างว่า รถไฟฟ้าเป็นสาธารณูปโภคพื้นฐาน ราคาค่าโดยสารจะต้องถูกเพื่อช่วยเหลือประชาชน แต่ เงื่อนไขการสัมปทานใหม่ให้ บีทีเอส หรือ รถไฟฟ้าสายสีเขียว ไปอีก 30 ปี โดยคิดราคาค่าโดยสารไม่เกิน 65 บาท ขณะที่รถไฟฟ้า เอ็มอาร์ที หรือ รถไฟฟ้าสายสีน้ำเงิน ของ รฟม. เก็บค่าโดยสารไม่เกิน 42 บาท เป็นการไม่เป็นธรรมกับเอกชนและประชาชนที่ต้องหาเช้ากินค่ำ

ในรายละเอียดพบว่า เดิม บีทีเอส เก็บค่าโดยสารสูงสุดที่ 44 บาท เมื่อวิ่งเกิน 8 สถานีขึ้นไป ขณะที่ เอ็มอาร์ที เก็บค่าโดยสารสูงสุด 42 บาท โดยวิ่ง 11-12 สถานี เมื่อเฉลี่ยราคาเริ่มต้นที่ 23 บาท บีทีเอส วิ่งแค่ 2 สถานี แต่ เอ็มอาร์ที วิ่งได้ถึง 4 สถานีและการได้รับสัมปทานของ บีทีเอส ที่ผ่านมาก็คืนทุนหมดแล้ว เรียกร้องให้ พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าฯ กทม. เอาตัวเลขข้อเท็จจริงมา เปิดเผยด้วย

จุดประสงค์ก็คืออยากให้มีการประมูลกันใหม่โดยถูกต้อง

 

ไม่อยากให้รัฐบาลใช้ ม.44 ไปแลกกับหนี้สินของ กทม.เพียง 4.5 หมื่นล้านเท่านั้น เรื่องนี้กระทรวงคมนาคมเองจะนิ่งนอนใจไม่ได้ การจะแก้ไขสัญญาหรือเปลี่ยนแปลงสัญญาที่รัฐได้ประโยชน์หรือเสียประโยชน์ โดยเฉพาะโครงการสาธารณะ รัฐจะต้องให้ประชาชนมีส่วนรับรู้ ตัดสินใจและมีทางเลือกด้วย

จะด้วยวิธีประชาพิจารณ์หรือประชามติก็แล้วแต่ เพราะประชาชนจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบโดยตรง ยกตัวอย่าง โครงการสาธารณูปโภค ตามกฎหมายแล้ว จะต้องมีทางเลือกให้ประชาชน เช่น รถเมล์ ขสมก. จะขาดทุนบักโกรกอย่างไรก็จะต้องวิ่งบริการประชาชน และจะต้องมีทางเลือก รถเมล์ธรรมดา รถเมล์ปรับอากาศ รถร้อน รถเย็นให้ชาวบ้านได้ใช้บริการ ตามสถานภาพของแต่ละบุคคล

เป็นคำตอบว่าทำไมในต่างประเทศ รถเมล์ รถไฟฟ้า รถรางจึงคิดราคาเดียวกันได้

ดูข่าวต่างประเทศ รัฐสภา ไปอนุมัติงบประมาณที่เอื้อประโยชน์กับนายทุนบริษัทก่อสร้างขนาดใหญ่ ปรากฏว่าชาวบ้าน
ไม่พอใจ ชุมนุมประท้วงบุกไปเผาสภาให้รู้แล้วรู้รอด รองประธานาธิบดี ของเขาก็ออกมาอยู่ข้างผู้ประท้วงเพราะเห็นว่าเป็นเรื่องที่ไม่เหมาะสม ผิดกับบ้านเราที่เข้ากันเป็นปี่เป็นขลุ่ย

มีขยะมากมายที่ยังซุกอยู่ใต้พรม เพราะกระบวนการตรวจสอบทั้งภาครัฐและเอกชน ยังเป็นรูปแบบที่อยู่ภายใต้ระบบอุปถัมภ์ สมบูรณ์แบบ การทุจริตคอร์รัปชันเป็นชนวนไปสู่วิกฤติการเมืองทุกครั้ง แต่การทุจริตคอร์รัปชันก็ยังเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงอยู่ของการเมืองไทยและสังคมไทยที่น่ากลัวกว่า เผด็จการก็คอร์รัปชัน นี่แหละ ไม่มีวันตาย.

หมัดเหล็ก
mudlek@thairath.co.th

*****

*************

**********************

หาบันไดจบเกมขึงพืด

https://www.thairath.co.th/news/politic/1983600

 
 

ไม่รู้จะปรองดองยังไง เจรจากันท่าไหน มาตรา 112 เตรียมทำงาน ตามคำสั่งยกระดับความเข้มข้นบังคับใช้กฎหมายของ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯและ รมว.กลาโหม

เหมือนยิ้มแย้มกวักมือเรียกเด็กเข้ามา แล้วคว้าดุ้นเหล็กฟาดหน้าตาเฉย

โมเดลกรรมการสมานฉันท์ที่ร่างกันมาส่อเค้าแท้งก่อนคลอด หรือไม่ก็พิกลพิการ เพราะดูทรงแล้วองค์ประกอบไม่ครบแน่ ม็อบราษฎรยากที่จะเข้าร่วม เพราะโดนตบหัวซ้ำแล้วซ้ำเล่า แถมไม่เคยถูกลูบหลัง ไม่เคยมีพื้นที่ปลอดภัยตามคำโฆษณาชวนเชื่อ

ครั้นเหลือบไปดูสัดส่วนคณะกรรมการก็ต้องส่ายหน้าขอลาก่อน ตัวแทนฝ่ายคู่ขัดแย้งเอียงกะเท่เร่ไปทางฝั่งรัฐบาลจนน่าเกลียด “แกง” เด็กซ้ำซาก ไม่เคยยอม ไม่เคยถอยสักก้าว

เช่นเดียวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญก็ทำแบบขอไปทีไม่มีเจตนาแก้ ลากถูกันจนอลเวงฉาวโฉ่ ดีดนิ้วนับกระบวนการกว่าจะเสร็จก็ปาเข้าไปปี 2565 รัฐบาลลากยาวอยู่จนครบเทอมพอดี

ไม่แปลกที่คนนินทากันให้แซ่ด รัฐธรรมนูญฉบับของเราไม่ได้มีไว้แก้ มีไว้ให้แค่คณะรัฐประหารฉีกเท่านั้น

เอาล่อเอาเถิดทุกแง่มุม ยื้อยุดสุดเพดานทุกรายการ จนต้องซูฮกยอมใจ และจะเป็นแบบนี้เรื่อยไปแน่นอน เพราะกรรมเป็นเครื่องชี้เจตนาและอนาคต

ฝ่ายค้านเองก็ทำอะไรไม่ได้มาก ถึงจะขาใหญ่ แต่แพ้ขาเยอะ

เวทีกรรมาธิการพิจารณาแก้ไขในวาระ 2 ก็มี “เสี่ยปาน” นายวิรัช รัตนเศรษฐ ประธานวิปรัฐบาล จากค่ายพลังประชารัฐ มานั่งตาเยิ้มคุมเกมในตำแหน่งประธาน

สัดส่วนกรรมการก็ 2 รุม 1 ส.ส. รัฐบาลผนึกกำลัง ส.ว. รุมยำฝ่ายค้าน

หลับตาก็เห็นภาพรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขเพิ่มเติมจะออกมาทรงไหน ส.ส.ร.เลือกตั้ง 100% ตามโมเดลฝ่ายค้าน คงต้องรอชาติหน้าตอนบ่ายๆ

แค่เงื่อนไขไทม์ไลน์ร่นเวลาให้สั้นที่สุด ขอเพิ่มวันเวลาถกเถียงพิจารณายังยากเย็น

ดังนั้นโอกาสที่ร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน หรือไอลอว์ จะถูกหยิบยกมาสอดแทรกตามจังหวะ “ตบหัวแล้วลูบหลัง” คงริบหรี่เลือนราง น่าจะถูกโยนลงถังขยะมากกว่า

ทั้งแกง ทั้งต้ม ไม่แยแส ไม่ให้ราคาค่างวดใดๆ

แต่เดอะโชว์มัสต์โกออน ต่างฝ่ายต่างก็ต้องทำหน้าที่ต่อไป ไม่ว่าจะเป็นม็อบราษฎร หรือฝ่ายค้าน แม้จะรู้ว่าต้องเดินบนหมากกระดานที่เป็นรองสุดกู่

หากหวั่นไหวหลงกระแส ก็จะกลายเป็นไม้หลักปักขี้เลนเหมือนพรรคการเมืองใหญ่บางพรรคในซีกฝ่ายค้าน กลับไปกลับมาด้วยอาการแพนิกติดเงี่ยงกฎหมาย

แม้เป็นเรื่องที่เข้าใจได้ เพราะโดนมาเยอะ เจ็บมาเยอะ

แต่ไม่ควรออกอาการลนลานจนเสียผู้ใหญ่

คนนินทาดูถูกพรรคอื่นก้าวหน้า ก้าวไกล แต่พรรคนี้ก้าวไม่ทันถึงเวลาแล้วกระมังที่ต้องกลับไปทบทวน ค้นหาจุดแข็ง กำจัดจุดอ่อน

อย่าปล่อยให้ “ม็อบฟันน้ำนม” รู้สึกโดดเดี่ยว ขาดแนวร่วมระดับ “ผู้ใหญ่” ประคับประคอง

ตอนนี้สถานการณ์ของเด็กๆเหมือนกำลังเข้าป่าไปสู้หมี ยิ่งลึกยิ่งอันตราย

ล่าสุดม็อบราษฎรต้องเปลี่ยนแผนกลางคัน หลังกลิ่นรัฐประหารเตะจมูก

ประกาศย้ายสถานที่ชุมนุม 2 ครั้งติดๆกัน จากสำนักงานทรัพย์สินพระมหากษัตริย์ ไปอุ่นเครื่องอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยสุดท้ายเปลี่ยนเป็นหน้า SCB สำนักงานใหญ่

แจงเหตุผลเพื่อลดความเสี่ยง “ม็อบชนม็อบ” เลี่ยงปะทะ “ม็อบฟันปลอม” เชื้อชนวนนำไปสู่การปฏิวัติรัฐประหาร อีกนัยหนึ่งคือ “สับหลีก” ทางวิบาก หลังรัฐบาลส่งสัญญาณจัดเต็ม ปัดฝุ่นมาตรา 112 เตรียมประเคนให้ราษฎรฟันน้ำนมถ้วนหน้า

ตามจังหวะที่ “บิ๊กตู่” และทีมงานความมั่นคงออกมาแบไต๋ไม่มีกั๊ก จัดหนักแน่นอน

“ทางเบี่ยงอย่าเสี่ยงเดิน” ม็อบราษฎรต้องประคองตัวเลี้ยงกระแส “อุ่นเตาเผาหัว” ตามที่ประกาศไว้ล่วงหน้าจะชุมนุมต่อเนื่อง 7 วัน ลากเกมโหมโรงวันดีเดย์ 2 ธ.ค.

ที่ศาลรัฐธรรมนูญจะตัดสินความเป็นรัฐมนตรีของ “บิ๊กตู่” จากกรณีบ้านพักหลวง

ท่ามกลางความคาดหวังจะเป็นบันไดให้ “บิ๊กตู่” ลงมา แล้วล้างกระดานใหม่

หรือจะต้องขึงพืดสู้กันต่อไป วัดใจใครอึดกว่ากัน.

ทีมข่าวการเมือง

 

 


 

 

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    2

4 ความเห็น

 
ICT

จาก 'มันคือแป้ง' มาถึง 'มันคือโซเดียม'

https://www.khaosod.co.th/newspaper-column/in-the-news/news_5397813

26 พ.ย. 2563 - 03:18 น.
 
 
 

คอลัมน์ ข่าวข้นคนเข้ม

จาก 'มันคือแป้ง' มาถึง 'มันคือโซเดียม' - หนังสือพิมพ์ข่าวสด หนังสือพิมพ์เติบโตเร็วที่สุดในประวัติ ศาสตร์ Khaosod-ข่าวสด สื่อออนไลน์ยอดนิยมอันดับหนึ่ง ยอดติดตามมากที่สุด 15 ล้านไลก์ ฉบับนี้ตรงกับวันพฤหัสบดีที่ 26 พฤศจิกายน พุทธศักราช 2563 ขึ้น 11 ค่ำ เดือนอ้าย ปีชวด ...

 

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ เงื่อนไขอันดับ 1 ของวิกฤตปัญหา กำลังเผชิญสถานการณ์กดดัน ข่าวลือ “กฎอัยการศึก” ข่าวแรง “รัฐประหาร” เหมือน 6 ปีก่อน สมัยนายกฯ หญิง ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร ที่มีผู้นำกองทัพฉายา “บิ๊กตู่” ...

 

ที่ผ่านมาพอเข้าใจ “สังคมไทยกำลังป่วย” วิกฤตประเทศเที่ยวนี้เกิดเรื่องไม่เว้นวัน บอกให้รู้ว่า “ป่วยหนัก” จริงๆ ตัวอย่างสดๆ อดีตนักเรียนหญิง ชูป้าย “หนูถูกครูทำอนาจาร ร.ร.ไม่ใช่สถานที่ปลอดภัย” ผู้คนส่วนใหญ่เข้าใจ เห็นใจ ห่วงใย แต่มีจำนวนหนึ่งเหยียบย่ำซ้ำเติมเด็ก โทษนักเรียนให้ท่าครู ประจานเหยื่อต่อสังคม คนที่คิดที่มองแบบนี้เป็นถึง “ครูอาจารย์” เป็นถึง “นักการเมืองผู้ทรงเกียรติ” ...

 

ยัง ยังไม่พอ ผู้บริหารระดับสูงกระทรวงศึกษาฯ คุณวุฒิด๊อกเตอร์ สอนนักเรียนเรื่อง “ทรงผม” ออกทีวี ชี้ว่าการไว้ผมยาวจะเป็นภาระผู้ปกครองซื้อยาสระผม และผมยาวจะบังเพื่อนที่นั่งข้างหลัง ได้ฟังแล้วไม่แปลกใจคุณภาพการศึกษาประเทศนี้ ...

 

โลกใหม่ ยุคข้อมูลความรู้ในโลกนอกโลกอยู่ในมือถือ คนรุ่นใหม่สลัดกรอบเก่าๆ ความเชื่อล้าหลัง ก้าวตามโลก กำลังคึกคักในโลกออนไลน์ อาทิ “กลุ่มนักเรียนเลว” สะท้อนปัญหาการศึกษาด้วยมิติใหม่ๆ ล่าสุดเกิดกลุ่ม “นักศึกษาแพทย์เลว” กลุ่มหัวกะทิทางการศึกษาและอาชีพของประเทศ บอกกล่าวความจริงวงการแพทย์ไทยที่ถูกกดทับซุกไว้มาหลายชั่วคน ...

 

รัฐบาลโดยกระทรวงยุติธรรม-ป.ป.ส. ต้องเร่งสะสางให้กระจ่าง “ยาเค” 11 ตัน มูลค่า 3 หมื่นล้าน คดีที่ไต้หวันจับยาเสพติดในประเทศขยายผลพบต้นทางมาจากไทย นำมาสู่การจับใหญ่ยึดของกลางมโหฬารที่โกดังในจ.ฉะเชิงเทรา รมว.ยุติธรรม เลขาฯ ป.ป.ส.โชว์แถลงเอง พร้อมเจ้าหน้าที่ไต้หวัน ตำรวจสากล และยูเอ็น ผ่านไปไม่กี่วันของกลางกลายเป็นไตรโซเดียมฟอสเฟต สารเคมีใช้ใน อุตสาหกรรมอาหาร-นม ท่ามกลาง “พิรุธ” มากมาย เช่น คนเช่าโกดังที่หนีหายสาบสูญ เช่าโกดังหลังนี้เดือนละ 7 หมื่นบาท ไว้เก็บสารโซเดียม (ถ้าเป็นไปตามที่ป.ป.ส.ชี้แจง) 11 ตันจะมีราคาตามท้องตลาดแค่แสนกว่าบาท เป็นไปได้หรือ ? นี่แค่พิรุธเดียวนะท่าน ?? ...

 

ดินแดน “สวรรค์ยาเสพติด” ยุคสามเหลี่ยมทองคำเมื่อกึ่งศตวรรษก่อนค่อยๆ ถูกล้าง ภาพพจน์กำลังดีดันเกิด “มันคือแป้ง” ที่ออสเตรเลีย ฉาวโฉ่ไปทั่วโลกถึงทุกวันนี้ ระวัง “มันคือโซเดียม” จะทำให้ประเทศไทยมีมลทิน คนไทยจะถูกนานาชาติมองเหมือน “ตัวอันตราย” ถูกตรวจถูกค้นถูกละเมิดความเป็นคนเหมือนยุคสมัยหนึ่ง ?! ...

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
3 ส

มันคือโซเดียม

55555

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    1
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
big60

กลุ่มนี้ เขาลงไม่ได้ทั้งกลุ่มนั่นแหละ ลงเมื่อไหร่ก็จบทั้งกลุ่ม ทั้งความผิดใหญ่ๆ หนักๆ ที่ทำไว้เยอะ ทั้งผลประโยชน์สีแปลกๆ มากมาย ลงมาก็ตายสถานเดียว ถ้าจะลง ก็คงลงไปนานแล้ว

...

จึงกล้าฟันธงว่า มันไม่มีทางออก เขาก็ลงไม่ได้และไม่ยอมลงเด็ดขาด ประชาชนทั้งประเทศนอกจากพวกเขา ก็ยอมอยู่แบบนี้ไม่ได้ เพราะยอมอยู่แบบนี้ ก็ตายสนิทสถานเดียวเหมือนกัน

...

มันเป็นจุดวิกฤติ ที่เลยทางแก้มาแล้ว ถ้าเบื้องต้น ก่อเหตุลงมือทำความผิดแล้ว หยุดแค่นั้น ก็แก้ได้ ถ้าท่ามกลาง เห็นท่าจะไปไม่รอด ก็รีบถอย นั่นก็ยังทัน ถึงวันนี้ก็ไม่มีทางให้ออกได้แล้ว

...

เมื่อเลือกเดินทางนี้ บอกได้เลยว่าปลายทางไม่เคยมีแสงสว่างรออยู่มาแต่ต้นแล้ว มีแต่นรกบนดินที่มืดมิดรออยู่ สิ้นปีนี้ไป นรกใหญ่ขุมที่ลึกที่สุด จะมาเยือน ก็ได้แต่ภาวนาว่า ขอให้โชคดี

...

ที่ผ่านมา แค่นรกขุมต้นๆ ก็ยังออกอาการแขยงแล้ว ลองมาสัมผัสกับนรกขุมลึกๆดูบ้างก็ดี จะได้เลิกซ่าส์หายบ้ากันเสียที ไม่งั้นก็อยู่แบบนี้แหละ หาเรื่องก่อกวนทำลายประเทศไม่จบไม่สิ้น

...

จนถึงขนาดประเทศแทบไม่เหลือผ้าขี้ริ้วสักชิ้นแล้ว ก็ยังเถียงคอเป็นเอ็นว่าไม่ผิด นี่ถ้าคนพวกนี้เอ่ยปากยอมรับว่าผิด มันคงไม่เหลือแม้แต่ทรากประเทศกระมัง

  • รัก
    1
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    0
  • เศร้า
    1
 
AlfaOne

มีมาตั้้งนานแล้ว คุณลุย อุ้มช้าง แพะ แบะๆๆๆๆๆ 55555

  • รัก
    0
  • ฮ่าฮ่า
    0
  • ว้าว
    1
  • เศร้า
    1